โครงการแพทย์อาสา มกราคม 2561

1. โครงการหน่วยแพทย์อาสา ปธพ. สัญจร โดย มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และ ชมรม ปธพ. ณ โรงพยาบาลบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร โดยจะจัดขึ้น ในวันที่ 16-17 ธันวาคม 2560 ได้มีการตรวจรักษาคนไข้ในพื้นที่ อ.บางมูลนาก และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นการตรวจรักษาในโรคเฉพาะทาง เช่น โรคตา โรคคอ หู จมูก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และอีกทั้งยังมีการบริจาคแว่นตา และรถวิวแชร์ ขาเทียมแก่ผู้พิการอีกด้วย ซึ่งตลอดโครงการได้ มีผู้เข้ารับบริการทั้งสิ้น 1,911 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

2. โครงการหน่วยแพทย์อาสาตรวจรักษาพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาศรีมารามโดยจะจัดขึ้น ในวันที่ 5 มกราคม 2561 ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการครั้งนี้ เพื่อเป็นการนำร่องการให้การรักษาพระภิกษุสงฆ์ เพราะการเข้าถึงการรักษาของพระภิกษุสงฆ์ จะทำได้ ยากกว่าประชาชนทั่วไป จึงได้มีโครงการนี้ขึ้นมา และยังเป็นการสร้างกุศลอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งตลอดโครงการ มีผู้เข้ารักการรักษาทั้งภิกษุสงฆ์และประชาชนทั้งสิ้น 96 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการแพทย์อาสา กุมภาพันธ์ 2561

1. โครงการแพทย์อาสาถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ ได้จัดขึ้นใน วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 โดยออกพื้นที่ถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ ณ โรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ เกษมวัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เป็นประธานในพิธีพร้อมทั้งถวายความรู้แก่พระภิกษุสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจ ซึ่งภายในโครงการมีทั้งการตรวจสุขภาพ การสอนการช่วยกู้ชีวิต (CPR) และมอบอุปกรณ์การศึกษาและเครื่องกีฬาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ โดยตลอดโครงการมีการตรวจรักษาพระภิกษุสงฆ์ 400 รูป

2. โครงการหน่วยแพทย์อาสาถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ ณ ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย วัตถุประสงค์ของโครงการครั้งนี้ เพื่อตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ และสอนการ CPR แก่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร ภายในวัด ซึ่งกิจกรรมจะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2561

โครงการแพทย์อาสา มีนาคม 2561

1. โครงการหน่วยแพทย์อาสา ปธพ. สัญจร โดย มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูงรุ่นที่ 5 (ปธพ.5) ได้จัดโครงการแพทย์อาสา ปธพ. สัญจร ณ ไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย ในระหว่างวันที่ 15 มีนาคม 2561 โดยมี ศาสตราจารย์นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา รองประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์เป็นประธานในพิธีและมี พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ได้แสดงธรรมและให้พรแก่คณะผู้จัดโครงการ ภายในโครงการมีการถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์และประชาชนในพื้นที่ มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่คนพิการ อีกทั้งยังมีการสอนการกู้ชีวิต (CPR) แก่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรภายในไร่เชิญตะวัน ซึ่งตลอดโครงการได้ทำการตรวจสุขภาพทั้งสิ้น 477 ราย และมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 964 ราย

โครงการแพทย์อาสา มีนาคม 2561

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า กระทรวงสาธารณสุข และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์รุ่นที่ ๖ (ปธพ.๖)และภาคีเครือข่าย ยกทีม แพทย์เฉพาะทางอาสา จัดโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ ๒ ร่วมมือ ๓ โรงพยาบาล รพ.อานันทมหิดล รพ.พระนารายณ์มหาราช รพ.มะเร็งลพบุรี ให้บริการตรวจรักษา-ผ่าตัดโรคยากซับซ้อน 20 คลินิกเฉพาะทางที่มีคิวรอยาวนาน โดยนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐ-เอกชน ตรวจรักษาคนไข้กว่า ๑๐,๐๐๐ ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

๑.ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในวาระสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงครองสิริราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ร่วมกับในวาระครบรอบ 50 ปีแพทยสภา จึงขอพระบรมราชานุญาตจัดโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ 2 โดยมีนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูงรุ่นที่ ๖ เป็นแกนนำ ร่วมกับ กรมแพทย์ทหารบก กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันพระปกเกล้า โดยเป็นโครงการต่อเนื่องจากครั้งแรกในปี 2560 ที่จัดขึ้น ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งดูแลผู้ป่วยไป 14,5๑0 ราย ใน 20 คลินิกเฉพาะทาง โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เป็นประธาน ซึ่งเป็นการนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปชุมชน เพื่อลดช่องว่างในการรักษาพยาบาล กิจกรรมในครั้งนี้เริ่มการรักษาพยาบาลตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึงช่วงสุดท้ายจัดขึ้นที่ รพ.อานันทมหิดล รพ.พระนารายณ์มหาราช รพ.มะเร็งลพบุรี จังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ ๔-๖ พฤษภาคม ๒๕๖๑

๒.คำกล่าว นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ในนามตัวแทนของประชาชนจังหวัดลพบุรี รู้สึกปลาบปลื้มและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะต้อนรับทุกท่าน ที่เข้ามาร่วมโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ 2 เพื่อมามอบโอกาสทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนจังหวัดลพบุรี ให้มีโอกาสรับการรักษา โรคที่มีความยากและซับซ้อน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งโรคเหล่านี้ผู้ป่วยจะต้องรอคิวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยาวนาน โครงการนี้นำมาซึ่งโอกาสในการมีชีวิตยืนยาวของผู้ป่วย มีคุณภาพชีวิตที่ดี จากการมีสุขภาพพลานามัยที่ดี สร้างขวัญกำลังใจแก่สมาชิกในครอบครัว และช่วยเหลือครอบครัวที่ขาดโอกาสทางการแพทย์ในโรคที่ยากและซับซ้อน จำนวนหลายพันครอบครัว

๓.คำกล่าว พลโท นายแพทย์ พีรพล ปกป้อง ประธานนักศึกษาหลักสูตร ปธพ.๖ กล่าวว่า โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยนักศึกษา ปธพ.รุ่นที่ 6 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนแสดงความจงรักภักดีต่อองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นการแสดงพลังการรวมใจแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และจิตอาสาจากภาครัฐและเอกชนหลากหลายหน่วยงานครั้งใหญ่ มุ่งหวังในการลดคิวผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ ในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ได้มีการเตรียมการมากว่า 6 เดือน เริ่มจากสำรวจความเจ็บป่วยและความต้องการในพื้นที่ก่อนวางแผนจัดคลินิกแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆจำนวนกว่า 20 คลินิก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมกับสหสาขาวิชาชีพกว่า ๑,๐๐๐ คน จากหลายโรงพยาบาลอาทิ รพ.พระมงกุฎ รพ.ศิริราช รพ.จุฬา รพ.รามา รพ.ราชวิถี สถาบันประสาท และ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำรายแห่ง ที่จะมาตรวจรักษาให้แก่ประชาชนจำนวนกว่า 10,000 คน ในจังหวัดลพบุรี

๔.คำกล่าว พลตรี นายแพทย์ นิมิตร์ สะโมทาน ประธานโครงการกล่าวว่า โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นได้โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อย่นย่อระยะเวลาในการรอเข้ารับการรักษาโรคเฉพาะทางของผู้ป่วยในจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ตามโรคที่สำรวจความต้องการพื้นที่มาล่วงหน้าโดยจัดคลินิกแพทย์เฉพาะทางสาขาต่างๆจำนวนกว่า 20 คลินิก อาทิ คลินิกศัลยกรรม คลินิกมะเร็งเต้านม คลินิกโรคหัวใจและหลอดเลือด คลินิกระบบประสาท คลินิกทันตกรรม คลินิกหูคอจมูก คลินิกสูตินรีเวช คลินิกส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกตรวจสุขภาพแล้วคัดกรอง คลินิกเทคนิคการแพทย์ หน่วยรับบริจาคโลหิต คลินิกพัฒนาการเด็ก คลินิกกุมารเวชกรรมและเด็กอ้วน คลินิกกายอุปกรณ์ คลินิกศูนย์รักษาความพิการเคลื่อนที่ คลินิกข้อเข่าและเวชศาสตร์ฟื้นฟูและ แพทย์แผนไทยและฝังเข็ม เป็นต้น ไม่นับรวมการผ่าตัดหูและใส่เครื่องช่วยฟังไปแล้ว ๖๐ รายส่องกล้องทางเดินอาหาร ๒๐๐ ราย ตรวจคัดกรองโรคสมอง ๑๐,๐๐๐ ราย ขณะนี้รักษาคนไข้ไปกว่า 10,000 ราย ผ่าน ๔ โรงพยาบาล ยังไม่รวมกิจกรรมในวันนี้

นอกจากยังมีกิจกรรม ตรวจเช็คสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ พร้อมถวายภัตตาหาร ๔๒๐ รูป สอน CPR กู้ชีพนวดหัวใจผายปอดเป้าหมาย ๔,๘๐๐ ราย มอบขาเทียม ๑๐๐ ขา และ รถเข็นให้คนพิการกว่า ๑๐๐ คน มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนเรียนดีแต่ยากจนจำนวน ๑๕๐ ทุน มอบเครื่องกีฬาให้โรงเรียน ๑๕ แห่ง ตลอดจนมีกิจกรรมบนเวที ของที่ระลึก โรงอาหาร และบูธให้ความรู้ต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

๕.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ได้กล่าวว่า โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ 2 เป็นโครงการต่อเนื่องของมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ที่ดำเนินการโดย นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง โดยจะจัดขั้นปีละครั้งๆ ละ ๑ จังหวัด ตามแนวคิดภายใต้หลักการ นำหมอไปหาคนไข้ โดยนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากเมือง ไปต่างจังหวัดที่ขาดแคลน ให้ตรงความต้องการของชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ลดภาระของผู้ป่วยในการเดินทางเข้ายังเมือง และนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปถ่ายทอดให้กับแพทย์ในต่างจังหวัด พร้อมทั้งการนำเครื่องมือระดับสูงต่างๆ ที่พื้นที่ยังไม่มี ลงไปช่วยในการวินิจฉัย ตรวจรักษาโรค และนำไปสู่ความเชื่อมโยงประสานงานความช่วยเหลือแบบเครือข่ายทั้งในพื้นที่จังหวัดเดียวกัน แต่คนละสังกัด ทั้งภาครัฐ และเอกชน กับ ๔ เสาหลักทางการแพทย์ ในหลักสูตร ปธพ. คือ ๑.อาจารย์โรงเรียนแพทย์ ๒.แพทย์ในกระทรวงสาธารณสุข ๓.แพทย์ทหาร ตำรวจ และภาครัฐอื่น และ ๔.แพทย์ภาคเอกชน โดยนักศึกษาแต่ละรุ่นจะดูแลรุ่นละจังหวัด

ปัจจุบันได้มีการออกหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ ไปแล้ว ๖ จังหวัด ได้แก่ ๑.อยุธยา ๒.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ๓.กาญจนบุรี, ๔.นครราชสีมา ๕.ปราจีนบุรี ครั้งนี้เป็นจังหวัดที่ ๖.ลพบุรี และในปีหน้าจะไปที่จังหวัดเพชรบุรี มีคนไข้ได้รับการดูแลรักษาไปแล้ว กว่า ๔๐,๐๐๐ ราย โดยในแต่ละโครงการจะมีคลินิก เฉพาะทางแตกต่างกันตามความต้องการของพื้นที่ ที่จะออกสำรวจและประเมินผลก่อน ๖ เดือน และมีการติดตามผลต่อภายหลัง โดยหลายกรณีมีการส่งตัวเข้ารักษา เข้าผ่าตัดใน โรงเรียนแพทย์ รพ.ในกระทรวงสาธารณสุข รพ.เอกชนที่ร่วมโครงการ แล้ว ส่งตัวกลับไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากมีการร้องขอเพิ่มเติมว่า จังหวัดที่ได้รับการดูแลต้องการการสนับสนุนเรื่องใด ก็จะมีการจัดหน่วยไปช่วยแบบต่อเนื่องภายหลัง

นอกจากนี้ มูลนิธิยังมีโครงการอื่นที่ดำเนินการ อาทิ

๑.การออกหน่วยไปยังโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก เรียกว่า แพทย์อาสา ปธพ.สัญจร จะสำรวจและลงไปแก้ไขปัญหา ขนาดเล็กกว่า คือ ๓-๕ คลินิกที่ต้องการ เป็นหน่วยย่อยออกจาก ปธพ. สนับสนุนโดยมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์

๒.การออกหน่วยไปยังจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อช่วยผ่าตัดที่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โดยอาจารย์แพทย์ ร่วมกับราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย

๓.การออกหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตรที่ท้องสนามหลวง ๑๐๙ วันในช่วงบำเพ็ญพระราชกุศล และ อีก ๙ วันในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่นักศึกษา ปธพ.จัดทีมแพทย์อาสาไปช่วยกันดูแลประชาชน ตรวจ รักษาคนไข้ไปกว่า ๔๐,๐๐๐ คน

๔.การจัดทำโครงการโรงพยาบาลคุณธรรม ให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะนอกกระทรวงสาธารณสุข จำนวน ๔๐๐ โรงพยาบาล เชื่อมโยงกับ แก้วกัลยาสิกขาลัย สถาบันพระบรมราชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่ ดูแลโรงพยาบาลคุณธรรมใน กระทรวงสาธารณสุข ๙๐๐ แห่ง และในปีนี้ทางมูลนิธิจะจัดประชุมวิชาการต่อยอดและสนับสนุนโรงพยาบาลคุณธรรมต้นแบบและ ถอดบทเรียน Best Practice ต่อไป

๕.โครงการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ ถวายความรู้ ตลอดจนสนับสนุนวิชาการทางการแพทย์ให้พระคุณเจ้า นำไปปฏิบัติ เพื่อสุขภาพที่ดี พร้อมทั้งถ่ายทอดไปยังญาติโยมต่อไป หากอาพาธ ในระยะเริ่มต้น ได้ส่งแพทย์ไปรักษา ซึ่งโครงการนี้ได้รับอนุโมทนาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ให้จัด ๙ วัดในปีนี้ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว ๓ วัด

๖.โครงการจัดอบรมถวายความรู้ทางวิชาการของผู้ป่วยวาระสุดท้าย ให้พระสงฆ์กลุ่มอาสา “คิลานธรรม” เพื่อนำไปร่วมดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ในโรงพยาบาลร่วมกับ ทีมแพทย์และพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลมีสงบจิตใจได้เห็นเห็นผ้าเหลืองในวาระสุดท้ายให้เดินทางไปด้วยความสุข และ โดยจะถวายความรู้พระสงฆ์ โดยแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยวาระสุดท้าย คอร์ส ละ ๓ วันที่โรงพยาบาลชลประทาน ตั้งเป้าไว้ ๑,๐๐๐ รูป เพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยไปทีละ ๑๐๐,๐๐๐ ราย พร้อมจัดทำ “ตู้สะพานบุญ” มอบให้โรงพยาบาลต่างๆในห้องอุบัติเหตุ เพื่อเติมบุญโดยรับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องแต่งหน้าศพ หนังสือธรรมะ อุปกรณ์ทางศาสนา อุปกรณ์ให้ผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้ตั้งตัวใน รพ.ทั่วประเทศ วันนี้ได้รับบริจาคมา ๒๔๐ ตู้แล้ว จะได้ดำเนินการต่อไป

๖. คำกล่าว ศาสตราจารย์คลินิก นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์มากต่อชุมชน และผู้ป่วย โดยได้ปฏิบัติต่อเนื่องมา ๖ ปี โดยตนเองมีส่วนร่วมในการออกหน่วยแพทย์อาสา ครั้งที่ ๒ ที่อำเภอหัวหิน จงประจวบคีรีขันธ์ในปี ๒๕๕๗ ในฐานะนักศึกษา ปธพ.รุ่นที่ ๒ ในวันนี้ได้กลับมาเห็นผลงานของรุ่นน้อง รุ่นที่ ๖ ที่มีพัฒนาการก้าวไกลเพื่อผู้ป่วยมากขึ้นในหลายด้าน และพบการร่วมมือหลายโรงพยาบาล หลายสังกัดพร้อมเพรียงกันอย่างน่าชื่นชม หากแนวคิดการร่วมมือร่วมใจกันดูแลคนไข้ด้วยจิตอาสาเช่นนี้ขยายออกไปมากเท่าไร ขยายออกนอกกระทรวงสาธารณสุข ไปยังเสาหลักอื่น ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้สนับสนุนที่มิใช่แพทย์ยังมาร่วมมือกลมเกลียวกันอย่างเข้มแข็งดูแลผู้เจ็บป่วยเช่นในกิจกรรมของ นักศึกษาปธพ.นี้ ก็ย่อมเป็นประโยชน์กับประเทศชาติมากขึ้นทวีคูณและขอให้โครงการนี้ยั่งยืนต่อเนื่องไปยังทุกๆจังหวัด ยิ่งมากเท่าไรยิ่งเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเท่านั้น

๗. คำกล่าวนายวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ในนามของสถาบันพระปกเกล้า ที่เป็นสภาบันร่วมจัด หลักสูตรประกาศนียบัติ ธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่รุ่นที่ ๑ ถึงปัจจุบัน เห็นเจตนารมณ์ และความแน่วแน่ในการแก้ปัญหาสังคม ด้วยการนำความรู้ธรรมาภิบาลผ่านหลักสูตรแพทย์ และลงมือปฏิบัติด้วยการออกหน่วยแพทย์อาสา ช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโครงการที่ดีและเป็นความภาคภูมิใจของสถาบันพระปกเกล้าเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ ๒ ในครั้งนี้

๘.คำกล่าวศาสตราจารย์คลินิก ดร.นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา นายกแพทยสภา โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ครั้งที่ ๒ จัดขึ้น ในโอกาสวาระครบ ๕๐ ปีแพทยสภา ในนามของนายกแพทยสภา ถือเป็นโครงการสำคัญของแพทยสภาที่ได้ถือกำเนิดขึ้น หลังจากวงการแพทย์ได้รับพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร เป็นแนวทางการแก้ปัญหาวงการแพทย์ไทยคือ “อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร”ถูกนำมาจัดทำเป็นหลักสูตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า น้อมนำธรรมาภิบาลเป็นหลักในการศึกษา ดูงานพื้นที่จริง นำมาวิเคราะห์ วิจัย การแก้ปัญหาวงการแพทย์ไทย ทั้ง ๔ เสาหลัก ด้วย แนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และนำมาสู่ภารกิจ “เสียสละ” คือการออกหน่วยแพทย์อาสา เพื่อให้ทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการดูแลผู้เจ็บป่วยและเข้าใจกลไกการรักษาพยาบาลในบริบทของประเทศไทยด้วยตนเอง และเกิดผลในการรักษาต่อประชาชนในกลุ่มเป้าหมาย แบบเป็นรูปธรรม และยั่งยืน ซึ่งได้ดำเนินการมาตลอด ๕ ปี ดูแลผู้ป่วยไปกว่า ๔๐,๐๐๐ ราย และสร้างความเข้าใจให้กับท่านผู้บริหารที่เป็นนักศึกษาไปกว่า ๗๐๐ คน ซึ่งโครงการในวันนี้ มีคลินิกเฉพาะทางเกิดขึ้น ๒๐ คลินิก เชื่อว่าจะดูแลคนไข้ได้กว่า ๑๐,๐๐๐ คน และพัฒนาเป็นโครงการเครือข่ายที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต...

๙.คำกล่าว พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ ผู้อำนวยการหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง กล่าวว่า การออกหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ นี้ เป็นกิจกรรมหลักของหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ฯ ที่มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เป็นเจ้าภาพร่วมกับแพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า และหลายหน่วยงาน มีการดำเนินการติดต่อกันมาทุกปี โดยหมุนเวียนเปลี่ยนสถานที่ออกหน่วยไปยังจังหวัดต่างๆเพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึงการรักษา ในระดับตติยภูมิให้กับประชาชนในต่างจังหวัด ดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคซับซ้อนที่ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ล้วนต้องเดินทางไกลเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรอคิวพบแพทย์ยาวนาน

โครงการนี้จึงตั้งเป้าที่จะให้คิวการรอรักษาโรคยากเหลือศูนย์ ขณะเดียวกันยังเป็นการซ้อมจัดโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ที่มีความร่วมมือจากแพทย์ทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมพร้อมกรณีเกิดความจำเป็นในอนาคต เช่น การเตือนภัยพิบัติ ตลอดจนในการถ่ายทอดความรู้จากราชวิทยาลัยแพทย์เฉพาะทางไปยังโรงพยาบาลในต่างจังหวัดโดยตรง เป็นความร่วมมือหลายสังกัด สำหรับการจัดโครงการแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ โดยหลักสูตร ปธพ. ในอดีตที่ผ่านมาทั้ง 5 ครั้งนั้น ได้ให้การรักษาคนไข้ไปแล้ว กว่า 40,000 ราย ในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี ปีนี้เป็นจังหวัดที่ 6 ในโอกาสสำคัญคือ 50 ปี แพทยสภาและขณะนี้ได้ตรวจรักษาไปเกินกว่าเป้าหมายแล้ว ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมให้เกิดโครงการนี้ และในปีหน้าทางโครงการจะไปจัดดูแลประชาชนที่ โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑ต่อไป