ประกาศสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา กรณีศาลฎีกาพิพากษา ยกฟ้องแพทย์คดีผ่าตัดปลูกถ่ายไต โดยอ้างอิงตามประกาศของแพทยสภา เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการวินิจฉัยสมองตาย

: 04 ต.ค. 59     : ข่าวประชาสัมพันธ์


ประกาศสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา

กรณีศาลฎีกาพิพากษา ยกฟ้องแพทย์คดีผ่าตัดปลูกถ่ายไต โดยอ้างอิงตามประกาศของแพทยสภา เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการวินิจฉัยสมองตาย

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 ศาลฎีกา พิพากษายืนยกฟ้อง "อดีต ผอ.รพ.วชิรปราการ" 2 ศัลยแพทย์ร่วมผ่าตัด - อดีต ผจก.รพ. ผ่าตัดเอาไตผู้ป่วย โดยมีใจความระบุถึงการใช้ประกาศของแพทยสภาในการวินิจฉัยคดีดังกล่าว ความว่า

   "...ขณะที่ศาลฎีกา ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว โจทก์ร่วมฎีกาถึงปัญหาการเสียชีวิตตามกฎหมาย ศาลเห็นว่า การตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ต้องเป็นการทำให้ตาย แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติลักษณะการตายไว้ชัดแจ้ง จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยการตาย ซึ่งแพทยสภา ออกประกาศเกี่ยวกับการวินิจฉัยโดยมีประเด็นเรื่องแกนสมองถูกทำลายจนสิ้น ไม่สามารถทำให้ระบบหัวใจทำงานได้ และร่างกายขาดออกซิเจน หากขาดเครื่องช่วยหายใจ ร่างกายจะขาดการตอบสนอง ซึ่งกรณีของผู้ป่วยทั้งสองแพทย์ได้ตรวจถึง 2 ครั้งทิ้งช่วงเวลาห่างกัน 10 ชั่วโมงพบว่าผู้ป่วยไม่หายใจทั้งสองครั้ง จึงลงความเห็นในบันทึกว่าแกนสมองถูกทำลายโดยสิ้นเชิง และก่อนผ่าตัดอวัยวะวิสัญญีแพทย์ได้ตรวจแล้วผู้ตายไม่หายใจ

   การที่จำเลยที่ 1 , 2 และ 4 ร่วมกันผ่าตัดเอาไตออกจากผู้ตายทั้งสองที่อยู่ในสภาวะสมองตายตามการวินิจฉัยของแพทย์ ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ถือเป็นการกระทำต่อคนตายแล้ว จึงไม่อาจเป็นการฆ่าได้อีก ที่ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน"

ข้อมูลข่าวจาก http://www.komchadluek.net

ในกรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า

   1.กรณีดังกล่าว ไม่ถือเป็นการฆาตกรรม ดังคำพิพากษาด้านบน (อ้างอิง ประกาศแพทยสภา ที่ ๗ /๒๕๕๔ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการวินิจฉัยสมองตาย)

   2.นับเป็นข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่รอปลูกถ่ายอวัยวะด้วยความทนทุกข์อย่างยิ่ง