บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. ....

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนิยาม คำว่า “วิชาชีพเวชกรรม” “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม” และ“สมาชิก” ตามาตรา ๓ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒) กำหนดนิยาม คำว่า “บริบาลเวชกรรม” “คณบดี” “การปรึกษาหรือการรักษาทางโทรเวช” “การจัดและจ่ายยาหรือวัตถุ หรือชีววัตถุสำหรับผู้ป่วยของตน” “จริยธรรมวิชาชีพเวชกรรม” และ “มาตรฐานวิชาชีพเวชกรรม” “การประพฤติผิดจริยธรรม” “คณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง” “การแสวงหาข้อเท็จจริง” “คณะอนุกรรมการพิจารณาคดีจริยธรรม” “การพิจารณาคดีจริยธรรม” “คณะอนุกรรมการกลั่นกรองคดีจริยธรรม” “ตามมาตรา ๔ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓) กำหนดวัตถุประสงค์แพทยสภา ตามมาตรา ๕ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๔) กำหนดอำนาจหน้าที่ของแพทยสภา ตามมาตรา ๖ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๘ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๕) กำหนดรายได้ของแพทยสภาตามมาตรา ๗ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๖) กำหนดประเภทของสมาชิกแพทยสภา ตามมาตรา ๘ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๗) กำหนดคุณสมบัติสมาชิกประเภท สามัญ ตามมาตรา ๙ (เพิ่มเติมมาตรา ๑๑/๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๘) กำหนดคุณสมบัติสมาชิกประเภท วิสามัญ ตามมาตรา ๑๐ (เพิ่มเติมมาตรา ๑๑/๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๙) กำหนดสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก ตามมาตรา ๑๑ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๑๐) กำหนดการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกตามมาตรา ๑๒ (แก้ไขเพิ่มเติม (๓) และ (๔) ของ มาตรา ๑๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๑๑) กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการแพทยสภาตามาตรา ๑๓ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๑๒) กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารแพทยสภาตามมาตรา ๑๔ (เพิ่มเติมมาตรา ๑๕ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๑๓) กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารแพทยสภาตามมาตรา ๑๕ (เพิ่มเติมมาตรา ๑๕/๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๑๔) กำหนดคุณสมบัติของกรรมการตามมาตรา ๑๖ (เพิ่มเติม (๔) และ (๕) ของมาตรา ๑๗ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ )

(๑๕) กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ตามมาตรา ๑๗ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๘ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ )

(๑๖) การพ้นจากตาแหน่งของกรรมการตามมาตรา ๑๘ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ )

(๑๗) การเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการโดยการเลือกตั้งที่ว่างลงก่อนครบวาระ ตามมาตรา ๑๙ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ )

(๑๘) กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตามมาตรา ๒๐ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๑๙) กำหนดให้เพิ่มเติมอำนาจเลขาธิการ เหรัญญิก และผู้ช่วยเลขาธิการตามมาตรา ๒๑ (แก้ไขเพิ่มเติม(๔) (๖) และ(๗) ของมาตรา ๒๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๐) กำหนดให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๒๒ (แก้ไขเพิ่มเติมวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๒๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๑) กำหนดหน้าที่และอำนาจของสภานายกพิเศษตามมาตรา ๒๓ (แก้ไขเพิ่มเติม(๑) (๒) (๓) (๔) วรรคสามและวรรคสี่ของมาตรา ๒๕ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๒) กำหนดเงื่อนไขพิเศษสาหรับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา ๒๔ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๖ (๔) (๕) (๖) และ (๗) พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๓) กำหนดห้ามใช้คำว่า แพทย์ นายแพทย์ แพทย์หญิง ของผู้อื่นซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา ๒๕ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๔) กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชานาญหรือผู้เชี่ยวชาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๖ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๘ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๕) กำหนดการขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การต่อใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชานาญหรือเชี่ยวชาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๗ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๙ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๖) กำหนดให้คณะกรรมการออกข้อบังคับกำหนดการสิ้นสุดของใบอนุญาตและบัตรสมาชิกของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา ๒๘ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๐ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๗) กำหนดการรักษาจริยธรรมและมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา ๒๙ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๘) กำหนดให้ผู้ได้รับความเสียหายจากจากการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่อาจฝ่าฝืนจริยธรรมและมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถร้องเรียนต่อแพทยสภา และให้คณะกรรมการกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา ๓๐ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๒๙) กำหนดอำนาจและหน้าของคณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงตามมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓๐) กำหนดอำนาจและหน้าที่ของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองคดีจริยธรรมตามมาตรา ๓๓ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๕ และ ๓๕/๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓๑) กำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษตามมาตรา ๓๔ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๕/๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓๒) กำหนดอำนาจและหน้าของคณะอนุกรรมการพิจารณาคดีจริยธรรมตามมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๖ และ ๓๖/๑ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓๓) กำหนดอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดโทษของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๗ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๖/๒ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓๔) กำหนดให้คณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงและคณะอนุกรรมการพิจารณาคดีจริยธรรม เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาตามมาตรา ๓๘ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓๕) กำหนดเงื่อนไขและผลบังคับผูกพันของคำสั่งแพทยสภาตามมาตรา ๓๙ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๐/๑ มาตรา ๔๐/๒ และมาตรา ๔๐/๓ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕)

(๓๖) การเพิ่มบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการดาเนินคดีจริยธรรมตามมาตรา ๔๐ (แก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๔๕) และที่เกี่ยวกับคณะกรรมการแพทยสภาตามมาตรา ๔๒ (แก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๔๖)

(๓๗) กำหนดอัตราท้ายพระราชบัญญัติ

เหตุผล

โดยที่พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานกว่าสามสิบปี ทาให้ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมและความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งยังไม่ครอบคลุมภารกิจที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้นเพื่อให้มีการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน และการบริบาลเวชกรรมที่ได้มาตรฐานสากลเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ตลอดจนให้การแพทย์ไทยสามารถปรับตัวให้มีศักยภาพในระดับผู้นาขอประชาคมอาเซียน หรือประชาคมโลก จึงจาเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้