แถลงข่าวแพทยสภา เปิดตัวคณะผู้บริหารแพทยสภา วาระใหม่ พ.ศ. 2560 – 2562

: 02 มี.ค. 60     : สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา


วันที่ 2 มีนาคม 2560 เวลา 16.00 น. ภายหลังการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา วาระใหม่ พ.ศ. 2560 – 2562 ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นายกแพทยสภา นำคณะผู้บริหารแพทยสภาชุดใหม่เปิดตัวพร้อมแถลงนโยบาย วิสัยทัศน์ และทิศทางการบริหารของนายกแพทยสภา วาระ พ.ศ. 2560 - 2562 เพื่อมุ่งให้ แพทยสภา เป็นสภาวิชาชีพที่ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ภายใน พ.ศ. 2561

ซึ่งคณะผู้บริหารแพทยสภาชุดใหม่ ประกอบด้วย

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภา
ศาสตราจารย์ คลินิก เกียรติคุณนายแพทย์อำนาจ กุสลานันท์ อุปนายกแพทยสภา คนที่หนึ่ง
รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภา คนที่สอง
นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ เลขาธิการแพทยสภา
พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา
นายแพทย์ภาคภูมิ สุปิยพันธุ์ เหรัญญิกแพทยสภา

พร้อมด้วย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิรัติ พาณิชย์พงษ์ อนุกรรมการบริหาร
นายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ อนุกรรมการบริหาร
แพทย์หญิงเชิดชู อริยศรีวัฒนา อนุกรรมการบริหาร
ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ที่ปรึกษา
ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ที่ปรึกษา
ศ.นพ.สิน อนุราษฎร์ ที่ปรึกษา
นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ที่ปรึกษา

ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา กล่าวว่า แพทยสภาเป็นองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นตามพระ ราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2511 เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน โดยที่วัตถุประสงค์ของแพทยสภาตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.25๒๕ มีดังนี้

  • ควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม
  • ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพในทางการแพทย์
  • ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก
  • ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้การศึกษาแก่ประชาชน องค์กรอื่น ในเรื่องที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข
  • ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศ
  • เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย

โดยวัตถุประสงค์ทั้ง 6 ข้อ นี้ แพทยสภา มีหน้าที่ประสาน 3 ภาคส่วน ได้แก่ ประชาชน แพทย์และ สถาบันทางการแพทย์ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดสมดุลภาพ ผู้บริหารแพทยสภาชุดนี้จึงมีความพร้อมในการนำแพทยสภาให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยต้องมีพัฒนา/ควบคุมมาตรฐาน และจริยธรรม การประกอบวิชาชีพเวชกรรม รวมทั้งคุ้มครองการประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างต่อเนื่องและมีดุลยภาพ ส่งเสริมการผลิตแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พัฒนาการฝึกอบรม การศึกษาต่อเนื่องและการวิจัยทางการแพทย์ให้พอเพียงเหมาะสมและมีคุณภาพ ให้ความคุ้มครองประชาชนและชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างบูรณาการและเป็นระบบ รวมทั้งให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล/องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทันต่อสถานการณ์และมีระบบดูแลสุขภาพที่เชื่อถือได้ ด้วยเป้าหมายอันสูงสุดคือ ประชาชนมีสุขภาพดี

นอกจากนี้ นโยบายเร่งด่วนที่นายกแพทยสภา วาระนี้ต้องดำเนินการคือ การเสริมความไว้วางใจของสังคมและแพทย์ต่อแพทยสภา (Trust Building) โดยการลดช่องว่างระหว่างแพทย์กับแพทยสภา และสังคมกับแพทยสภา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลดช่องว่างระหว่างแพทย์และสังคม โดยต้องใช้การสื่อสารกับสื่อมวลชน เพื่อให้เข้าใจในบทบาท หน้าที่ และการทำงานของแพทยสภา จัดเวทีให้มีการสื่อสารโดยตรงระหว่างแพทยสภากับแพทย์ และแพทยสภากับสังคมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดกรณีข้อขัดแย้ง ที่สำคัญคือต้องประชาสัมพันธ์เชิงรุกเกี่ยวกับกิจกรรมของแพทยสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่นำไปสู่การพัฒนาสุขภาพของประชาชน ตลอดจนพัฒนาความร่วมมือกับองค์กรทางการแพทย์ควบคู่กัน(Partnership Strengthening) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดูแลสุขภาพของประชาชนโดยจัดเวทีและการประชุมร่วมระหว่างแพทยสภาและแพทยสมาคม เพื่อดำเนินการร่วมกันให้แพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล และจัดเวทีและการประชุมร่วมกับสถาบันผลิตแพทย์ ราชวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันยกระดับการดูแลสุขภาพ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เพื่อให้เกิดให้ความร่วมมืออย่างยั่งยืน รวมทั้งพิจารณาและประสานงานให้มีการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และเร่งดำเนินการเชิงรุก เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ