ภาษาไทย | English
 
 
 
 
 
ปีที่ 4 ฉบับที่ 3
ประจำวันที่ 1 ก.ย. - 30 พ.ย. 59
Association of Southeast Asian Nations HealthCare Services Sectoral Working Group HSSWG
 
FLASH PLAYER
ADOBE READER
JAVA VIRTUAL MACHINE
 
 


ข้อบังคับแพทยสภา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การประเมินและรับรองความรู้ความสามารถ
ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
พ.ศ. ๒๕๔๘


          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๓) (ฉ) และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.๒๕๒๕ คณะกรรมการแพทยสภาออกข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์การประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไว้ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๘”
          ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
          ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
          “ศูนย์ฯ” หมายความว่า ศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
          “ผู้อำนวยการศูนย์ฯ” หมายความว่า ผู้อำนวยการศูนย์ประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
          “ทะเบียน” หมายความว่า ทะเบียนผู้ขอรับการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม


หมวด ๑
ขั้นตอนและจุดประสงค์ของการสอบ

          ข้อ ๔ การประเมินและรับรองความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมประกอบด้วยการ
          สอบสามขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีจุดประสงค์ดังนี้
          (๑) ขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน
          (๒) ขั้นตอนที่สอง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก
          (๓) ขั้นตอนที่สาม เป็นการสอบเพื่อประเมินทักษะและหัตถการทางคลินิก
          ในแต่ละขั้นตอนจะมีส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทางวิชาชีพและข้อบังคับทางจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้วย


หมวด ๒
การสมัครสอบและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร

          ข้อ ๕ ผู้มีความประสงค์จะขอรับการประเมิน ต้องดำเนินการต่อไปนี้
          (๑) ยื่นใบสมัครต่อศูนย์ฯ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ศูนย์ฯจะประกาศในแต่ละปี
          (๒) ชำระค่าสมัครสอบตามอัตราที่กำหนดในประกาศของศูนย์ฯ ซึ่งศูนย์ฯจะไม่คืนเงินค่าสมัครให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
          ข้อ ๖ ผู้มีสิทธิขอรับการประเมินจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุไว้สำหรับการเป็นสมาชิกของแพทยสภาและคุณสมบัติอื่นดังนี้
          (๑) ประเภทที่หนึ่งเป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยหรือในต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง
          (๒) ประเภทที่สองเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการ ศึกษาในประเทศไทยที่แพทยสภารับรอง
          (๓) ประเภทที่สามเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่แพทยสภารับรอง
          ข้อ ๗ ผู้มีสิทธิขอรับการประเมินจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการสอบแต่ละขั้นตอนดังนี้
          (๑) การสอบขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งหรือสองหรือสามสำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทหนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถานการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน (ระดับปรีคลินิก) หรือเทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา
          (๒) การสอบขั้นตอนที่สอง เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่งหรือสองหรือสามสำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทหนึ่งต้องมีใบรับรองจากสถานการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (ระดับคลินิก) มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีการศึกษา
          (๓) การสอบขั้นตอนที่สาม เป็นผู้ที่สอบผ่านขั้นตอนที่หนึ่งและขั้นตอนที่สองแล้ว โดยแต่ละขั้นตอนสอบผ่านมาแล้วเป็นเวลาไม่เกินเจ็ดปี นับจากวันที่แพทยสภาอนุมัติผลการสอบจนถึงวันยื่นใบสมัครสอบ ถ้าขั้นตอนใดสอบผ่านเกินเจ็ดปีจะต้องสอบขั้นตอนนั้นใหม่ให้ผ่านก่อน
          สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทหนึ่งที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยต้องมีใบรับรองจากสถานการศึกษาว่าได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก(ระดับคลินิก)มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าภาคการศึกษาระบบทวิภาคหรือเทียบเท่าด้วย
          สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่สามจะต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในต่างประเทศซึ่งแพทยสภารับรองใบอนุญาตนั้น หากเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตดังกล่าวแต่ต้องมีเอกสารรับรองการปฏิบัติงานหลังปริญญาในฐานะแพทย์ฝึกหัด หรือเทียบเท่าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในสถาบันการแพทย์ต่างประเทศหรือในประเทศไทยที่แพทยสภารับรองโดยการปฏิบัติงานจะต้องเสร็จสิ้นก่อนสมัครสอบ
           ข้อ ๘ ให้ผู้อำนวยการศูนย์ฯดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้สมัครทราบก่อนกำหนดวันสอบไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์ หากพบว่าขาดคุณสมบัติ ให้ถือว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิในการสอบครั้งนั้น ผู้สมัครที่แสดงหลักฐานเท็จ แม้ว่าจะตรวจพบภายหลังจากการประกาศผลแล้วก็ตาม ให้ถือว่าการสอบครั้งนั้นเป็นโมฆะ


หมวด ๓
การสอบ

          ข้อ ๙ ศูนย์ฯต้องจัดให้มีการสอบแต่ละขั้นตอนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยจัดทำกำหนดการสอบทั้งปีประกาศให้ทราบภายในเดือนมกราคมของทุกปี ทั้งนี้ให้ศูนย์ฯสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกำหนดการสอบได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
           ข้อ ๑๐ เมื่อผู้สมัครสอบขั้นตอนใดในการสอบครั้งใด ได้รับการพิจารณาว่ามีสิทธิเข้าสอบแล้ว แต่ไม่สามารถเข้ารับการประเมินในครั้งนั้นได้ อาจขอเลื่อนการสอบไปในครั้งถัดไปได้ โดยทำหนังสือชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้อำนวยการศูนย์ฯเพื่อให้พิจารณาอนุมัติ หากขอเลื่อนสอบด้วยเหตุผลจากการเจ็บป่วยจะต้องมีใบรับรองแพทย์แสดงด้วย ทั้งนี้การขอเลื่อนสอบจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นสำหรับการสมัครครั้งนั้น
          อนึ่ง เมื่อได้รับอนุญาตให้เลื่อนสอบแล้ว เมื่อศูนย์ฯจัดสอบขั้นตอนนั้นครั้งต่อไปแล้ว ผู้ที่ขอเลื่อนสอบไม่เข้าสอบอีก จะถือว่าขาดสอบและถือว่าสอบไม่ผ่านขั้นตอนนั้น
          ข้อ ๑๑ ให้ศูนย์ฯประกาศหัวข้อเนื้อหาที่ประเมิน รูปแบบของข้อสอบแต่ละขั้นตอนพร้อมกำหนดการสอบให้ผู้สมัครทราบทุกปี
          ข้อ ๑๒ เพื่อให้การสอบของศูนย์ฯดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อยให้ศูนย์ฯแจ้งข้อปฏิบัติในการเข้าสอบให้ผู้มีสิทธิเข้าสอบทราบพร้อมการประกาศรับสมัคร และผู้เข้าสอบจะปฏิเสธว่าไม่รับทราบไม่ได้


หมวด ๔
การตัดสินผลและเงื่อนไขผลการสอบ

          ข้อ ๑๓ การตัดสินผลการสอบ ใช้หลักการกำหนดเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำของข้อสอบที่ใช้ในการสอบแต่ละครั้งและแต่ละขั้นตอน ผู้ที่มีผลการสอบเท่ากับหรือสูงกว่าค่าที่กำหนด จะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านขั้นตอนนั้นถ้าผลการสอบต่ำกว่าค่าที่กำหนด จะถือว่าสอบไม่ผ่านขั้นตอนนั้น
          คณะกรรมการบริหารศูนย์ฯเป็นผู้พิจารณาตัดสินชี้ขาด
          ข้อ ๑๔ ผู้สอบผ่านขั้นตอนที่หนึ่งและสองสามารถเก็บผลการสอบไว้ได้ขั้นตอนละเจ็ดปี นับจากวันที่แพทยสภาอนุมัติผลการสอบ

หมวด ๕
ใบรับรองผลการสอบ

          ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ขอรับการประเมินสอบผ่านขั้นตอนต่างๆครบถ้วนและมีผลการสอบตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๑๔ ให้ศูนย์ฯออกใบรับรองว่าสอบผ่านการประเมินทุกขั้นตอนแล้วตามแบบที่กำหนดในข้อ ๑๖
          ข้อ ๑๖ ให้ใช้ใบรับรองผลการสอบตามรูปแบบดังนี้




หมวด ๖
การจัดทำทะเบียน

          ข้อ ๑๗ ให้ผู้อำนวยการศูนย์ฯ รับผิดชอบดังนี้
          (๑) จัดทำและดูแลรักษาทะเบียน
          (๒) บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้ารับการประเมิน ผลการประเมิน และการออกใบรับรองไว้ในทะเบียน และติดหรือพิมพ์รูปถ่ายของผู้ขอรับการประเมินอยู่ในทะเบียนด้วย


หมวด ๗
การขอหนังสือรับรองและการออกใบแทนใบรับรองผลการสอบ

          ข้อ ๑๘ ผู้ขอรับการประเมินอาจขอหนังสือรับรองผลการสอบได้โดยยื่นคำขอตามแบบที่ศูนย์ฯกำหนดต่อผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนด           ข้อ ๑๙ ผู้ขอรับใบรับรองผลการสอบแล้ว อาจขอใบแทนใบรับรองได้โดยยื่นคำขอตามแบบที่ศูนย์ฯกำหนดต่อผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมค่าธรรมเนียมและหลักฐานการแจ้งความในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย แต่ถ้าใบรับรองเดิมยังอยู่ให้ส่งคืนพร้อมคำขอด้วย


หมวด ๘
บทเฉพาะกาล

           ข้อ ๒๐ ในช่วงที่ศูนย์ฯยังไม่สามารถดำเนินการจัดสอบขั้นตอนใด ให้ผู้ที่มีความประสงค์จะขอรับการประเมินความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ขอสอบขั้นตอนนั้นกับคณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพเวชกรรมได้
           ข้อ ๒๑ ผู้ที่เคยเข้าสอบกับคณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพเวชกรรม และผ่านตามเงื่อนไขที่ กำหนดในระเบียบการสอบขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอื่นที่มิใช่มหาวิทยาลัยของรัฐก่อนข้อบังคับนี้ประกาศใช้ ให้ถือว่าการสอบนั้นมีผลตามเงื่อนไขที่กำหนดเดิม


ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘



(นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา)
นายกแพทยสภา

           - รับรองโดย คณะกรรมการแพทยสภาในการประชุมครั้งที่ ๑ / ๒๕๔๘ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๘
           - ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับประกาศทั่วไป เล่ม ๑๒๒ ตอนพิเศษ ๓๙ ง วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘

 


 
 
 
ติดต่อแพทยสภา : สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา อาคาร 6 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/Tel : 02-5901886 โทรสาร/Fax : 02-5918614-5 / ฝ่ายจริยธรรม 02-5897700,02-5898800 / ฝ่ายทะเบียน 02-5901884 Fax 02-5901883 /
ฝ่ายบริหาร
02-5901888-9 / ฝ่ายประชาสัมพันธ์ 02-5901886 / ฝ่ายฝึกอบรม 02-5901880 / ฝ่ายนโยบาย 02-5901887 /  Email : tmc@tmc.or.th

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์โดยแพทยสภา ห้ามทำการลอกเลียน ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดนอกจากจะได้รับอนุญาต