ในการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ครั้งที่ 10/2568 วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3 อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข...

: 09 ต.ค. 68     : แพทยสภา


ในการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ครั้งที่ 10/2568
วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น.
ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3 อาคารมหิตลาธิเบศร
กระทรวงสาธารณสุข
..............


นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ สภานายกพิเศษแพทยสภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแพทยสภา และ แถลงนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี ขวัญกำลังใจบุคลากร”
.



วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3 อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ สภานายกพิเศษแพทยสภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแพทยสภา และ แถลงนโยบาย ดังนี้

“หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี ขวัญกำลังใจบุคลากร”

.

แสดงความชื่นชมแพทยสภาเป็นองค์กรวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญต่อการรักษา ธรรมาภิบาล รักษามาตรฐานของวิชาชีพแพทย์และเป็นที่พึ่งของประชาชน ในเรื่องของคุณธรรจริยธรรม และคุณภาพของการดูแลรักษาซึ่งเป็นกลไกสำคัญ ของระบบสุขภาพที่มั่นคงของชาติ

.

ปัจจุบันระบบสุขภาพของประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ภาระโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหา ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ แพทยสภากับกระทรวงสาธารณสุข จึงต้องประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยกับสวัสดิการของแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน

.

ปัจจัยสำคัญของการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุข ที่แพทยสภาให้ความสนใจ คือ เรื่อง ความอ่อนล้าจากภาระงานที่มีจำนวนมาก รวมถึงค่าตอบแทนบุคลากร ที่ไม่สะท้อนภาระงาน ซึ่งตรงกับ 2 ใน 5 นโยบายสำคัญของผม คือ "หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี" และ "ขวัญกำลังใจบุคลากร"

รวมทั้งเรื่องการเพิ่มค่าตอบแทน ตามภาระงาน การแก้ไขโครงสร้างและกฎหมายให้เอื้อต่อการทำงานของบุคลากร ตลอดจนการนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพมาช่วยแก้ปัญหา

.

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ สภานายกพิเศษแพทยสภา ให้ความสำคัญกับการนำ AI มาใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งต้องมีมาตรฐาน AI การขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพไปยังพื้นที่ห่างไกล ผ่านระบบTelemedicine มาช่วยประเมินอาการเบื้องต้น และเชื่อมต่อกับแพทย์เฉพาะทางได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการพัฒนา Super App ที่รวมบริการสุขภาพไว้ในที่เดียว มีระบบ AI คอยช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงสาธารณสุข พร้อมที่จะทำงาน ร่วมกับแพทยสภาอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแนวทางการใช้ AI ที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง โดยแพทย์ยังคงเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการรักษา AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสนับสนุน ขณะเดียวกันมีแนวคิดที่จะนำจุดแข็งด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ การหารายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบำบัดรักษาขั้นสูง / หรือ ATMPs (เอ-ที-เอ็ม-พี) ซึ่งนโยบายนี้ จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทยสภา ในเรื่องมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้ที่จะเข้ามารับบริการ ว่ามีความปลอดภัยและมีประโยชน์













































 



Copyright © สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์โดยแพทยสภา ห้ามทำการลอกเลียน ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดนอกจากจะได้รับอนุญาต