แพทยสภาแสดงความยินดี ผู้ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ประจำปีการศึกษา 2567 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล...

: 10 ต.ค. 68     : แพทยสภา


แพทยสภาแสดงความยินดี
ผู้ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ประจำปีการศึกษา 2567
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
......................



แพทยสภาโดยคณะอนุกรรมการส่งเสริมจริยธรรมนิสิต /นักศึกษาแพทย์ มีนโยบายสนับสนุนให้โรงเรียนแพทย์ทุกแห่ง 
ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำการคัดเลือกอาจารย์แพทย์ที่เป็นแบบอย่างของอาจารย์แพทย์ และนิสิต/นักศึกษาแพทย์ที่ประพฤติตนดีเด่นในเชิงคุณธรรมและจริยธรรม  เพื่อประกาศเกียรติคุณเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจในการปฎิบัติตน โดยในปีการศึกษา 2567 โรงเรียนแพทย์แต่ละแห่งได้ประกาศชื่อผู้ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ดังนี้
.
ผู้ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ประจำปีการศึกษา 2567
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
1. ศาสตราจารย์ ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ 



คำประกาศเกียรติคุณ
ศาสตราจารย์ ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์
อาจารย์ประจำภาควิชาออร์โธปดิกส์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผู้ประพฤติตนดีเด่นในเชิงคุณธรรม จริยธรรม โดยแพทยสภา ประจำปีการศึกษา 2567
.
ศาสตราจารย์ ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อย่างมากในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย เป็นผู้มีความพร้อมทั้งด้านคุณธรรรม จริยธรรม ทั้งในด้านการครองตน ครองคนและครองงาน เป็นที่ประจักษ์ต่อลูกศิษย์ ผู้ร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา อาจารย์เป็นผู้มีบุคลิกภาพที่อ่อนน้อม มีความวิริยะอุตสาหะรับผิดชอบต่อหน้าที่และพันธกิจในทุกด้าน เป็นผู้มีเมตตา มีน้ำใจและเป็นที่รักของผู้ร่วมงาน และผู้ใกล้ชิด อาจารย์เป็นผู้มีจิตอาสาและเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นแรงบันดาลใจให้กับลูกศิษย์ และเพื่อนร่วมงานในทุกระดับมาโดยตลอด นอกจากนี้อาจารย์ยังเป็นผู้มีความทุ่มเทและสร้างนวัตกรรม ทางด้านการเรียนการสอนมาตลอดดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. การเชื่อมโยงศาสตร์ทางระบาดวิทยาคลินิก ด้าน เวชปฏิบัติ หลักฐานอ้างอิงเชิง ประจักษ์ (Evidence based medicine; EBM) เข้ากับศาสตร์ทางออร์โธปิติกส์ได้ปฏิบัติและเป็นนโยบายของภาควิชามาตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน เพื่อให้นักศึกษาแพทย์มีทักษะในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและเป็นมืออาชีพ โดยให้นักศึกษาแพทย์เขียนรายงานและฝึกตั้งคำถามจากเคสผู้ป่วย ค้นหาข้อมูล คัดเลือกข้อมูลที่ทันสมัยนำมาทำ critical appraisal ตามนวทางของ Center for evidence based medicine ระบุความน่าเชื่อถือที่สามารถตอบคำถามดังกล่าวและประยุกตใช้กับผู้ป่วยภายได้บริบทของประสิทธิผล ควาเสี่ยงและความคุ้มค่า ในช่วงเริ่มต้น อาจารย์ภัทรวัณย์ ได้ทำการวิจัยและพบว่านักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 ปีการศึกษา 2548 เทอมแรกร้อยละ 91 เขียนรายงานได้ดีมากกว่าเกณฑ์ แต่ยังพบปัญหาในการตั้งคำถามจากผู้ป่วย การค้น หาข้อมูลและการเลือกแบบประเมินไม่ถูกต้องนำมาสู่การปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนโดยให้คำแนะนำในการตั้งคำถาม การค้นหาข้อมูลและแนวทางการเลือกแบประเมินให้สอดคล้องกับข้อมูล แสดงตัวอย่างการเขียนรายงานทำให้ปัจจุบันพบอัตราการเกิดปัญหาลดลง นักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยของการเขียนรายงานในระดับดี แสดงถึงความรู้ความเข้าใจในเวชปฏิบัติหลักฐานอ้างอิงเชิงประจักษ์มากขึ้น นอกจากนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของคณะฯและได้รับการ ยอมรับจากที่มงาน evidence based medicine ของคณะฯ มาจนถึงปัจจุบัน
.
2. การเชื่อมโยงศาสตร์ทางออร์โธปิดิกส์และสถาปัตยกรรมศาสตร์เพื่อการป้องกันการพลัดตกหกล้ม และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยในรูปแบบ" คลินิกสถาปัตย์บำบัด" โดยบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาแพทย์ทันปีที่ 5 รายวิชารมคร 514 ตั้งแต่ปี 2557 ถึง 2565 และปรับใช้ในรายวิชา รมคร 503 วิชาเลือกออร์โธปิดิกส์ รวมทั้งต่อยอดไปยังการประยุกต์ใช้ในนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 รายวิชา รมคร 614 นักศึกษาแพทย์ นำเสนอผู้ป่วยจริง และข้อมูลทางการแพทย์ โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและสามารถสื่อสารกับสถาปนิก ประกอบด้วย ข้อมูลด้าน สภาพร่างกาย และความเสี่ยงในการพลัตตกหกล้มจากโรคและการผ่าตัดทางออร์โธปิดิกส์ แผนผังที่อยู่อาศัยของผู้ป่วยและวิเคราะห์จุดเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและสรุปเป็นรายงาน อาจารย์แพทย์ออร์โธปิดิกส์ร่วมกับสถาปนิกทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านสมสมรรถนะของผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ แนวทางการรักษา การใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน การจัดแสงไฟ ทางลาด เตียง/เฟอร์นิเจอร์ การปรับพื้นห้องน้ำ/ผิวลื่นให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะราย ถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักศึกษาแพทย์ ซึ่งทำให้นักศึกษาแพทย์ได้เห็นมุมมองในการรักษาที่กว้างขึ้นจากการปรับเปลี่ยนบ้าน และสภาพแวดล้อมและตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวนอกจากนี้ยังได้ประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบบบูรณาการ (holistic care) ร่วมไปด้วย
.
3. การออกแบบการเรียนรู้ด้าน formative evaluation ที่ได้จัดทำขึ้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 (ซึ่งมีมาก่อนที่จะถูกบังคับให้ใช้ในรายวิชาที่มีการเรียนการสอนมากกว่า 3 สัปดาท์) ในสัปดาห์ที่ 3 ของการขึ้นปฏิบัติงานในภาควิชาออร์โธปิดิกส์ระยะเวลา 5 สัปดาห์ และได้ดำเนินการวิจัยและพบว่าคะแนน formative evaluation ของนักศึกษาชั้นปีที่ 5 ปีการศึกษา 2547 จำนวน 149 ราย ขึ้นกับเกรดเฉลี่ยสะสมของนักศึกษาแต่ไม่พบความสัมพันธ์กับคะแนน summative evaluation ทางภาควิชาออร์โธปิดิกส์ จึงใช้คะแนน formative evaluation ในการติดตาม ความก้าวหน้า และสนับสนุนการเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์ให้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ และได้ถ่ายทอดให้กับคณาจารย์ในทีมการศึกษาและปรับการจัดทำ formative evaluation ในรูปแบบบออนไลน์ในปัจจุบัน
.
4. การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน อาจารย์ภัทรวัณย์ มีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านของภาควิชาออร์โธปิดิกส์ โดยเฉพาะด้านการวิจัยซึ่งทางภาควิชาฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาตนเองของผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยในหลักสูตรฯ ได้มีชั่วโมงสอนหลักการในการทำวิจัยโดยเฉพาะจำนวน 1 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งได้มีการปรับปรุงพัฒนามาตลอด โดยเริ่มจากการฝึกทำ critical appraisal ในอดีตจนปรับรูปแบบเป็นการสอนกระบวนการทำวิจัยในปัจจุบัน ทั้งนี้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของผู้เรียน และส่งเสริมการทำวิจัยของแพทย์ประจำบ้าน ข้อบังคับของราชวิทยาลัยฯ ต้องดำเนินการวิจัยจนสำเร็จและมีผลงานพร้อมส่งตีพิมพ์ตามเกณฑ์ของราชวิทยาลัย อาจารย์ภัทรวัณย์ และทีมได้จัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อช่วยให้การทำวิจัยของแพทย์ประจำบ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการจัดกิจกรรม research party week เพื่อสร้างคำถามวิจัยที่มีคุณค่าและสามารถทำสำเร็จได้จริง, การติดตาม progression ของแพทย์ประจำบ้านทุกชั้นปี เพื่อกระตุ้นและช่วยเหลือให้การทำวิจัยเป็นไปตามแผนงาน, การเป็นที่ปรึกษางานวิจัยของแพทย์ประจำบ้าน เป็นต้น กระบวนการเหล่านี้ทำให้แพทย์ประจำบ้านของภาควิชาออร์โธปิดิกส์สามารถผลิตงานวิจัยที่มีคณค่ามีการนำเสนอในงานประชุมราชวิทยาลัยฯ ทุกปี และได้รับรางวัลในการประกวดผลงานวิจัยแพทย์ประจำบ้านมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อาจารย์ภัทรวัณย์ มีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาปรับปรุงข้อสอบ ทั้งข้อสอบข้อเขียน และการสอบปฏิบัติกับผู้ป่วยจริง รวมทั้งการวิเคราะห์ข้อสอบหลังการสอบทำให้การสอบมีมาตรฐานและเป็นต้นแบบให้สถาบันฝึกอบรมอื่นได้ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยการสนับสุนของ อาจาจารย์ภัทรวัณย์และกลุ่มพันธกิจการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ทำให้หลักสูตรฝึกอบรมของภาควิชาฯ ผ่านการรับรอง WFMFME ของแพทยสภาโดยไม่มีเงื่อนไข
.
5. การใช้ความรู้ทักษะด้านการวิจัยเพื่อประเมินผลการดำเนินงานและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เช่น การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนการสอบ formative กับคะแนนการสอบ summative ในรายวิชา รมคร 514 โดย ใช้คะแนน formative เพื่อการติดตามและสนับสนุนให้นักศึกษามีความก้าวหน้าในการเรียนรู้, การประเมินผลลัพธ์การคุมสอนพันเผือกสำหรับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 ระหว่างอาจารย์แพทย์และแพทย์ประจำบ้าน ซึ่งพบว่าผลสัมฤทธิ์ในการศึกษาไม่มีความแตกต่างกัน ทำให้อาจารย์และแพทย์ประจำบ้านสามารถคุมสอนได้ตามความเหมาะสมและลดภาระงานของอาจารย์, การวิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านที่สามารถบ่งชี้ความสำเร็จในการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์ โดยพบว่าเกรดเฉลี่ยรวม ของแพทยศาสตรบัณฑิต (GPA) และคะคะแนนสอบ In-training ของแพทย์ประจำบ้านชั้น ปีที่ 3 และ 4 มีความสัมพันธ์กับคะแนนสอบวุฒิบัตรออร์โธปิดิกส์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงมีการกำหนดเกณฑ์ GPA ในการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์ของภาควิชา และใช้คะแนนสอบในการติดตามความก้าวหน้าของแพทย์ประจำบ้านออร์โธปิดิกส์อย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
.
ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ เป็นต้นแบบและที่ปรึกษาด้านงานวิจัยของอาจารย์ในภาควิชา เป็นผู้นำที่มีความเข้มแข็งมากในด้านการวิจัยและมีผลงานวิจัยมากที่สุดของภาควิชา อาจารย์สร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงและได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ โดยมีผลงานวิจัยถึง 104 เรื่อง บทความ หนังสือ ตำรา 40 เรื่อง และมีผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงมากกว่า 1,000 ครั้ง โดยมีค่า H index ในปัจจุบันที่ 19 นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงภัทรวัฒย์ วรธนารัตน์ ยังเป็นแกนหลักของภาควิชาในการสร้างบรรยากาศในการทำวิจัยในภาควิชา โดยเป็นทั้ง mentor และ facilitator แก่อาจารย์ในภาควิชาซึ่งส่งผลให้ให้อาจารย์ในภาควิชามีผลงานตีพิมพ์ได้อย่างต่อเนื่อง อาจารย์ยังเป็นที่ปรึกษางานวิจัยให้กับแพทย์ประจำบ้าน สามารถปฏิบัติงานในภาวะที่มีข้อจำกัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พยายามพัฒนาหน่วยงานให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ จากการทุ่มเททำงานด้านการศึกษาของอาจารย์ และการประยุกต์ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านระบาดวิทยามาเพื่อทำการวัดผลและปรับกระบวนการเรือนการสอนที่เหมาะสมกับทั้งนักศึกษาแพทย์ และภาระงานของอาจารย์แพทย์ ทำให้เกิดการทำงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาด้านการเรียนการสอนอย่างเหมาะสมทั้งในรายวิชาออร์โธปิดิกส์ในหลักสูตรแพทย์ศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านทำให้ ศาสตราจารย์ ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ ได้รับรางวัลด้านการศึกษาในระดับชาติ ดังนี้ 1. อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ประจำปี 25666 จากสมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท.) ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) และ 2.ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการสอนจาก โครงการรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ สออ.ประเทศไทย ประจำปี 2566
.
ด้วยความที่ท่าน ศาสตราจารย์ ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ เป็นอาจารย์แพทย์ที่ดำรงตนด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรม และมีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ชัด จากรางวัล เกียรติประวัติ และผลงานดังที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น
.
คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเห็นควรเสนอ ศาสตราจารย์ ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ เข้ารับมอบโล่เกียรติคุณด้านคุณธรรม จริยธรรม จากแพทยสภา เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้สมกับผลงานและคุณความดีที่ท่านได้ปฏิบัติตลอดมา อันจะเป็นต้นแบบในการปฏิบัติตนของอาจาจารย์แพทย์ต่อไป 







 

2. นักศึกษาแพทย์ธนดล อัศวเทวาเกียรติ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6



คำประกาศเกียรติคุณ
นายธนดล อัศวเทวาเกียรติ
นักศึกษาแพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ประพฤติตนดีเด่นในเชิงคุณธรรม จริยธรรม โดยแพทยสภา ประจำปีการศึกษา 2567
.
นายธนดล อัศวเทวาเกียรติ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้มีความประพฤติดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาสเสมอ อีกทั้ง ยังมีระเบียบ และเป็นคนละเอียดรอบคอบ เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ช่วยเหลืองานของรุ่น และช่วยเหลือเพื่อนในรุ่นในด้านการเรียน ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 จนถึงปัจจุบัน จนเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่รักของเพื่อนในรุ่น อีกทั้ง ยังเคยได้รับเกียรติบัตร ว่าเป็นผู้มีความประพฤติดีเยี่ยม หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต ของคณะฯ มาแล้ว ในปีการศึกษา 2566

สมควรเป็นอย่างยิ่งที่ นายธนดล อัศวเทวาเกียรติ จะเป็นผู้ได้รับรางวัลนักศึกษาแพทย์ผู้ที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณความประพฤติดีเด่นในเชิงคุณธรรม จริยธรรม ของแพทยสภา ประจำปีการศึกษา 2567 เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป





Copyright © สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์โดยแพทยสภา ห้ามทำการลอกเลียน ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดนอกจากจะได้รับอนุญาต