แพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปี พุทธศักราช 2561

: 10 ต.ค. 61     : แพทยสภา


คำประกาศเกียรติคุณแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปีพุทธศักราช 2561



นายแพทย์โมลี วนิชสุวรรณ

ประวัติส่วนตัว : เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2501 ปัจจุบันอายุ ๕๙ ปี ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร

ประวัติการศึกษา :

  • แพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑ มีนาคม ๒๕๒๗
  • หนังสืออนุมัติ แสดงความรู้ความสามารถในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขา ตจ
  • วิทยาแพทยสภา พ.ศ. ๒๕๓๕
  • หนังสืออนุมัติ แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ
  • เวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว แพทยสภา พ.ศ. ๒๕๔๖
  • หนังสืออนุมัติ แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ
  • เวชกรรม สาขาเวชกรรมป้องกัน แพทยสภา พ.ศ. ๒๕๕๔

ประวัติการทำงาน :

  • ตำแหน่ง นายแพทย์ ๔ โรงพยาบาลสงขลา
  • ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม (นายแพทย์ ๗ - ๘) โรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่ ๒๕๔๗ ถึง ๒๕๕๓
  • ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการด้านบริการปฐมภูมิและทุติยภูมิ (นายแพทย์ ๘) โรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่ ๒๕๔๘ ถึง ๒๕๕๓
  • ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ (นายแพทย์ ๙) โรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่ ๒๕๕๓ ถึง ๒๕๕๔
  • ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตบริการสุขภาพที่ ๕ พ.ศ.๒๕๕๓ - ๒๕๕๔
  • ตำแหน่ง ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์) ประเภทอำนวยการระดับสูง สถานที่ โรงพยาบาลนครนายก ตั้งแต่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถึง ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
  • ตำแหน่ง ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์) ประเภทอำนวยการระดับสูง สถานที่ โรงพยาบาลสมุทรสาคร ตั้งแต่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ถึงปัจจุบัน

การครองตน

ดูแลตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรง ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นแบบอย่างให้แก่สมาชิกในครอบครัวและบุคลากรในโรงพยาบาล เห็นได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมการวิ่งมินิมาราธอนของโรงพยาบาลที่จัดเป็นประจำทุกปีและการเข้าร่วมกิจกรรม Bike for Mon และ Bike for Dad ครอบครัวอบอุ่น มีบุตร 3 คน จิตใจดี เอื้อเฟื้อทุกคน มีน้ำใจกับผู้อื่นเสมอ ดูแลสุขภาพตัวเอง เป็นอย่างดี พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในโรงพยาบาลสม่ำเสมอ ดูแลและวางแผนทางป้องกันกับปัญหา ยาเสพติด จัดตั้งโครงการฟื้นฟูผู้สูงอายุในชุมชน สนับสนุนการจัดตั้งมูลนิธิการกุศลต่างๆ เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลโดยไม่สนใจเรื่องค่าตอบแทนต่างๆ ระดมทุนให้โครงการของโรงพยาบาล สร้างกิจกรรม ให้บุคลากรในโรงพยาบาลโดยร่วมกิจกรรมสม่ำเสมอ ใฝ่หาความรู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรด้วยตนเองตลอดเวลา

การครองคน

ท่าน มีมนุษยสัมพันธ์ดี ให้เกียรติผู้อื่น เคารพผู้บังคับบัญชา มีปิยวาจา ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยหลักพรหมวิหาร ๔ ให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่มีปัญหา ทั้งในด้านการทำงานและครอบครัวอย่างเต็มกำลังความสามารถ จัดหาสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในโอกาสต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความสุขในการทำงาน รู้สึกรักและผูกผันกับองค์กร

ท่านมีบทบาทการเป็นโค้ชและพี่เลี้ยงในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา คือเป็นทั้งผู้ดูแล ให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษาแก้ไขปัญหา ผู้ใต้บังคับบัญชาปรึกษาได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและคล้อยตามเมื่อได้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะ ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ได้จัดการอบรมพัฒนาศักยภาพ เพิ่มพูนองค์ความรู้และทักษะการทำงานด้านต่าง ๆ ให้อยู่เสมอ

การครองงาน

มีความคิดริเริ่มในการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย แผนงานในการบริหารต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการบริหารและเป็นการเตรียมทีมบริหารรุ่นใหม่ของโรงพยาบาล

เป็นผู้นำในการกำหนดค่านิยมร่วมของโรงพยาบาลร่วมกับบุคลากรของโรงพยาบาล โดยให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง

ทีมงานบริการด้วยใจ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง มีความต่อเนื่องและติดตามผล องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นค่านิยมที่บุคลากรโรงพยาบาลสมุทรสาครยึดเป็นหลักปฏิบัติ

จัดทำอัตลักษณ์ของโรงพยาบาลสมุทรสาคร “รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ” เพื่อเป็นแนวปฏิบัติ ของบุคลากรในการปฏิบัติตน

บริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ โดยนำมาวางระบบในการบริหารจัดการองค์กร ตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน การประเมินความดีความชอบ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบและติดตามทางด้านการเงิน ทั้งยังได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์/ตัวชี้วัด ในการประเมินผลการปฏิบัติงานรายบุคคลในงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

เป็นผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่ชัดเจนอย่างมากในการสร้างระบบบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมาตรฐานให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยนำเสนอแนวคิด “ตติยภูมิหัวใจปฐมภูมิ” มุ่งเน้นให้บุคลากรตระหนักในการพัฒนาองค์กรให้มีขีดความสามารถสูงสุด(ตติยภูมิ) แต่ก็ต้องไม่ลืมการส่งเสริมป้องกันและสร้างการมีส่วนร่วมให้ชุมชนแก้ปัญหาสุขภาพด้วยตนเอง(ปฐมภูมิ) โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรเป็นผู้ให้ความรู้กับประชาชน

จึงเป็นความภาคภูมิใจของแพทยสภาที่จะมอบรางวัลแพทย์ดีเด่น แพทยสภา ด้านบริหาร ประจำปีพุทธศักราช 2561ให้แก่ นายแพทย์โมลี วนิชสุวรรณ




นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์

ประวัติส่วนตัว : เกิดวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๙๒ อายุ ๖๙ ปี สมรสกับเภสัชกรหญิงสายสมร มีบุตรี ๒ คน

ประวัติการศึกษา :

  • แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๑๕

แพทย์ฝึกหัด

  • โรงพยาบาลรามาธิบดี พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๑๖
  • Long Island College Hospital, Brooklyn, NY. พ.ศ. ๒๕๑๖-๒๕๑๗

แพทย์ประจำบ้าน

  • Mount Sinai Services City Hospital Center at Elmhurst, NY. พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๑๘
  • Veterans Administration Hospital, Bronx, NY. พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๑๙

การฝึกหัดแพทย์เฉพาะทาง

  • Chest Fellow, Mount Sinai Services City Hospital Center at Elmhurst, NY พ.ศ. ๒๕๑๙-๒๕๒๑

วุฒิบัตร

  • American Board of Internal Medicine พ.ศ. ๒๕๑๙
  • Subspecialty Board, Pulmonary Disease พ.ศ. ๒๕๒๑
  • Subspecialty Board, Critical Care Medicine พ.ศ. ๒๕๓๐
  • Added Qualifications in Geriatric Medicine พ.ศ. ๒๕๓๑
  • American Board Quality Assurance and Utilization Review Physicians พ.ศ. ๒๕๒๓

ประวัติการทำงาน :

  • เป็นอายุรแพทย์ เป็นศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี (รุ่น 2) Intern ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และ Long Island College Hospital, Brooklyn, New York
  • เป็น Assistant Professor Mount Sinai School of Medicine, NY USA รวมเวลาที่ท่านเรียนและปฏิบัติงานเป็น Chest + Geriatric
  • Physician ใน USA 18 ปี จึงได้เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมด้วยครอบครัว พ.ศ. 2533
  • ปี 2534 เริ่มงานในเมืองไทยที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ควบคู่กับเป็นอาจารย์พิเศษ สอนคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นเวลา 4 ปี
  • ท่านได้ทุ่มเทการทำงานในฐานะอายุรแพทย์โรคทรวงอกอย่างเต็มที่ ได้รักษาผู้ป่วยโรคปอดที่พบบ่อยที่สุดของประเทศไทยคือ วัณโรค ซึ่งได้พัฒนาตัวเองเป็นวัณโรคดื้อยา
  • ในเวลาต่อมาท่านจึงได้ริเริ่มก่อตั้งและเป็นประธานทุนวิจัยวัณโรคดื้อยาในศิริราชมูลนิธิในปี 2543 ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดหาเงินบริจาคได้เงินทุนมากกว่า 42 ล้านบาท วิจัยจนพบว่า Sitafloxacin สามารถใช้รักษาวัณโรคดื้อยาได้สำเร็จ
  • นอกจากนี้ท่านยังริเริ่มก่อตั้งองค์กรการกุศลเพื่อพัฒนาการรักษาพยาบาลเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย เช่น รณรรงค์เรื่องง่วงอย่าขับ และเป็นกรรมการทุนง่วงอย่าขับ เป็นประธานทุนง่วงอย่าขับในมูลนิธิรามาธิบดี ร่วมก่อตั้งสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย ประธานชมรมเชื้อราแห่งประเทศไทย

การครองตน

ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักให้คงที่ได้ เป็นผู้ใฝ่รู้และพัฒนาตนอยู่เสมอ เมื่อปฏิบัติงานเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลรามาธิบดีแล้ว ได้เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาฝึกอบรมเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางอายุรศาสตร์ แต่ต่อยอดด้วยโรคทางระบบทางเดินหายใจ, เวชวิกฤติ, โรคผู้สูงอายุ และหาความรู้ความชำนาญเพิ่มเติม โดยการสอนหนังสือที่ Mount Sinai Medical School, New York ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ และปฏิบัติงานส่วนตัว ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ๑๘ ปี แล้วเดินทางกลับประเทศไทย

ได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ในตำแหน่ง หัวหน้าไอซียู และหน่วยโรคทางเดินหายใจ และผู้สูงอายุตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นมา ในช่วง ๔ ปีแรกได้ช่วยสอนที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วย

แม้จะทำงานที่โรงพยาบาลเอกชน แต่ไม่ประสงค์ให้เป็นไปเพื่อความรุ่งเรืองทางธุรกิจ ยังคงติดตามความรู้อยู่เสมอ ได้ชักชวนเพื่อนร่วมงานให้ทำตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยการทำโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ท่านดูแลครอบครัวอย่างใกล้ชิด ภรรยาซึ่งเป็นเภสัชกรช่วยกันดูแลบุตรีทั้ง ๒ จนชีวิตประสบความสำเร็จ บุตรีคนโตเป็นแพทย์สอบได้ American Board of Internal Medicine และ Allergy and Immunity คนเล็กจบเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และได้สนับสนุนภรรยาให้เป็นผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งได้รับเลือกจากสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นผู้ประนีประนอมดีเด่นระดับประเทศ

การครองคน

เป็นแพทย์ผู้ใหญ่ที่มีความเมตตา จึงเป็นที่เคารพนับถือของผู้ร่วมงานทุกระดับ ได้รับหน้าที่เป็นรองประธานองค์กรแพทย์ หัวหน้าหน่วยระบบทางเดินหายใจ และเวชบำบัดวิกฤต สำหรับผู้ป่วยแล้ว ให้ความดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิดมาก จึงเป็นที่นับถือไว้วางใจของผู้ป่วยและญาติ ในการริเริ่มทำโครงการอะไร เพื่อประโยชน์ส่วนรวม จึงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นคนสำคัญที่ขับเคลื่อนให้โรงพยาบาลวิชัยยุทธได้รับการรับรองเป็นโรงพยาบาลคุณภาพ (HA)

การครองงาน

การครองงานของนายแพทย์มนูญ เป็นงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นตัวอย่างที่ดีของแพทย์ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน แต่ได้อุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

จึงเป็นความภาคภูมิใจของแพทยสภาที่จะมอบรางวัลแพทย์ดีเด่น สาขาแพทย์ผู้ปฏิบัติงานประจำปีพุทธศักราช 2561 ให้แก่ นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์

 




รศ.แพทย์หญิงลัดดา เหมาะสุวรรณ

ประวัติส่วนตัว : เกิดเมื่อ ๒๐ ธันวาคม ๒๔๙๔ ปัจจุบันอายุ ๖๖ ปี เป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด มีพี่น้อง ๔ คน เป็นบุตร คนโต มีน้องชาย ๑ คน และ น้องสาว ๒ คน

ประวัติการศึกษา

  • พ.ศ. ๒๕๑๕ วิทยาศาสตรบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (เกียรตินิยมอันดับ ๒)
  • พ.ศ. ๒๕๑๗ แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (เกียรตินิยมอันดับ ๒)
  • พ.ศ. ๒๕๒๑ วุฒิบัตรฯ สาขากุมารเวชศาสตร์ แพทยสภา
  • พ.ศ. ๒๕๒๕ M.Sc. (Human Nutrition) London School of Hygiene and Tropical Medicine,University of London
  • พ.ศ. ๒๕๕๓ หนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โภชนาการ แพทยสภา

ประวัติการทำงานที่สำคัญ

ประวัติการรับราชการที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

  • อาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑ เม.ย. ๒๕๒๑
  • รองศาสตราจารย์ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
  • เกษียณอายุราชการ หลังจากต่ออายุราชการ ๕ ปี เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐
  • ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ด้านการครองตน

มีความวิริยะ อุตสาหะ เป็นอาจารย์ที่รับผิดชอบต่อการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้านและแพทย์ใช้ทุน มีความตั้งใจทำงานในหน้าที่ ความทุ่มเทเอาใจใส่ เป็นที่ประจักษ์ดีจนได้รับการคัดเลือกเป็น “อาจารย์ตัวอย่างด้านการเรียนการสอน” ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นแบบอย่างในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็น “อาจารย์แพทย์ผู้เป็นแบบอย่างด้านจริยธรรม” จากแพทยสภา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้มอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติคุณเป็น “บุคลากรดีเด่นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จทางวิชาการในด้านโภชนาการเด็กจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ผลงานวิจัยได้รับการอ้างอิงต่อเนื่อง เป็นต้นแบบในการต่อยอดวิจัยการแก้ปัญหาโรคอ้วนในเด็กทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ทำการวิจัยเรื่องโรคอ้วนในเด็กอย่างต่อเนื่องมามากกว่า ๒๐ ปี โดยเป็นคนแรกที่ริเริ่มศึกษาเรื่องโรคอ้วนในเด็กในประเทศไทย

นอกจากด้านวิชาชีพยังเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการดำรงชีพ อารมณ์แจ่มใสมีความพอเพียงไม่เปิดคลินิกหรือทำงานในโรงพยาบาลเอกชน อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่โอ้อวด แม้บุคคลมีชื่อเสียงด้านโภชนาการในเด็กระดับนานาชาติ ปัจจุบันแม้เกษียณอายุราชการแล้วยังอยู่ช่วยงานในคณะฯ และงานเพื่อชุมชน แสดงถึงความมีจิตสาธารณะ

ด้านการครองคน

เป็นผู้มีความสามารถสูงในการเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยที่รวมกลุ่มทำงานเชิงสหวิชาการกับนักวิจัยต่างสาขาและกับนักวิจัยต่างสถาบันทั้งภายในและต่างประเทศ เป็นผู้ให้เกียรติรับฟังความคิดเห็นทุกคน มีความยุติธรรมในแง่การแบ่งผลงานการวิจัย โดยจะทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายเกี่ยวกับผลงานก่อนการเริ่มงาน ให้โอกาสทีมงานวิจัยใช้ผลงานวิจัยในส่วนที่ต้องการเต็มที่ มีความโปร่งใสในการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้ร่วมงานทุกคน โดยเปิดเผยให้ทีมวิจัยทุกคนได้รับรู้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังใช้จ่ายงบประมาณการวิจัยอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เป็นผู้มีความเมตตา โอบอ้อมอารี มีน้ำใจ ยิ้มแย้ม ให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่ถูกต้องเหมาะสมกับลูกศิษย์ อาจารย์แพทย์ นักวิจัย และผู้ใต้บังคับบัญชาที่ร่วมงานเสมอ รวมถึงยังเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทำงาน อีกทั้งยังใส่ใจกับรายละเอียดต่องานที่รับผิดชอบ ทั้งด้านการสอน การบริหาร และการให้บริการผู้ป่วย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงได้รับตำแหน่งบริหารเป็น รองคณบดีติดต่อกันหลายปี ด้วยความเป็นผู้มีความรับผิดชอบ ประกอบกับมีความรู้และความสามารถในการบริหารงาน จึงได้ริเริ่มโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จะเห็นได้จากโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาว โดยอาศัยความมุ่งมั่น ผลงานได้สร้างชื่อให้มหาวิทยาลัยว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชน

ด้านการครองงาน

ท่านเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่องานและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างดียิ่ง และเป็นแบบอย่างให้แก่อาจารย์รุ่นน้องและนักศึกษาแพทย์ ในเวลาราชการอาจารย์รับผิดชอบต่อการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้านและแพทย์ใช้ทุนอย่างเต็มความสามารถ อาจารย์ใช้เวลาส่วนตัวในการทำงานให้ส่วนรวมทั้งในระดับชุมชนและระดับประเทศโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ผลงานวิจัยหลายชิ้นได้นำไปอ้างอิงและเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเด็กในชุมชนและโรงเรียนในเขตจังหวัดสงขลา แม้ว่าจะมีงานล้นมืออยู่ตลอดเวลา อาจารย์ยังรับผิดชอบในการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าและผู้จัดการชุดโครงการวิจัยหลายโครงการ

ตลอดระยะเวลาในการทำงานท่านมีความตั้งใจ ความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่องานที่ทำชัดเจน ตลอดระยะเวลาในการทำงานท่านอุทิศตนเพื่อทำงานแก่ภาควิชากุมารเวชศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์ ด้วยเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อองค์กรและสังคม เนื่องจากความขาดแคลนอาจารย์แพทย์ ท่านยังคงทุ่มเทและให้เวลากับการทำงานอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย แต่ยังคงทำงานได้อย่างมีความสุขเช่นเดิม ซึ่งนับเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการที่ทุ่มเททำงานเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

จึงเป็นความภาคภูมิใจของแพทยสภา ที่จะมอบรางวัลแพทย์ดีเด่น แพทยสภา ประจำ ปีพุทธศักราช ด้านอาจารย์แพทย์ ให้แก่รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงลัดดา เหมาะสุวรรณ ประจำปี พุทธศักราช 2561